สกธ. จัดพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 17 (ยธส.17)

Picforweb 36

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 17 (ยธส.17) โดยมี นายยอดฉัตร ตสาริกา ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย พันตำรวจโท มนตรี บุณยโยธิน รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม และคณะผู้บริหารสำนักงานกิจการยุติธรรม ให้การต้อนรับ

นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนความยุติธรรมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินหลักสูตรที่ผ่านมา จำนวน 16 รุ่น ได้มีการนำข้อดีและข้อจำกัดมาปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หลักสูตรมีความเข้มข้น ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงความท้าทายในยุคปัจจุบัน ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล และความซับซ้อนของปัญหาอาชญากรรมที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีศักยภาพ มีองค์ความรู้ และสามารถบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง จากนั้น ให้เกียรติบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศมิติด้านการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ” โดยเน้นย้ำให้บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมต้องเข้าใจภาพรวมแผนพัฒนาประเทศ 20 ปี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ “ประชาชนอยู่ดีมีสุข” และได้กล่าวว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ซึ่งถือเป็นหัวใจของการปฏิรูปกฎหมายไทย นั่นคือ “รัฐพึงมีกฎหมายเท่าที่จำเป็น” เพื่อลดภาระและข้อจำกัดของประชาชน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการบังคับใช้กฎหมายยังมีความท้าทายในการประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานให้มีความคล่องตัว เพราะหากตัดตอนหรือแก้ไขข้อกฎหมายใดก็จะกระทบกับหน่วยงานอื่นได้ จึงถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันพิจารณาแก้ไขเพื่อไม่ให้กระทบต่อประสิทธิภาพการบริหารงานยุติธรรมต่อไป

กระทรวงยุติธรรมพร้อมผลักดันแผนงานหลัก 4 ด้าน (4 ดี) เพื่อตอบสนองสอดรับกับแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติด้านที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ได้แก่

1. กฎหมายดี: ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย ลดความเหลื่อมล้ำ

2. บังคับดี: บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพ

3. เข้าถึงดี: สร้างช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมและความรู้ทางกฎหมายอย่างทั่วถึง

4. ส่งเสริมคนดี: สนับสนุนการสร้างสังคมแห่งความถูกต้อง

และสำหรับการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) ซึ่งมีสำนักงานกิจการยุติธรรมเป็นฝ่ายเลขานุการ โดยเป็นเวทีกลางที่รวบรวมบุคลากรจาก 10 กรม 2 องค์การมหาชน และมีองค์ประกอบจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด เพื่อจัดทำแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ และกำหนดทิศทางการบริหารงานยุติธรรมให้สอดรับกันอย่างเป็นระบบ ตอบโจทย์การปฏิรูปประเทศและลดช่องว่างการเลือกปฏิบัติในสังคมอย่างยั่งยืน

นายยอดฉัตร ตสาริกา บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “สำนักงานกิจการยุติธรรมกับบทบาทในการพัฒนางานยุติธรรม” กล่าวถึงภารกิจของสำนักงานกิจการยุติธรรม (สกธ.) ซึ่งมีบทบาทเป็นหน่วยคิด (Think Tank) เชื่อมโยงข้อมูลที่ได้จากหลากหลายแหล่งนำมารวมกัน คิดพัฒนาแปลงข้อมูลนำไปสู่ข้อเสนอแนะนโยบายต่อ ครม. ต่อไป โดยมีพันธกิจที่สำคัญ 3 ด้าน คือ 1) พัฒนานโยบายเพื่อกำหนดทิศทางการบริหารงานยุติธรรม 2) พัฒนาฐานข้อมูลและเสริมสร้างนวัตกรรมในการบริหารงานกระบวนการยุติธรรม 3) สนับสนุน เสริมสร้าง และบูรณาการทุกภาคส่วนในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในฐานะฝ่ายเลขานุการ กพยช. ท่านได้นำเสนอผลการดำเนินงานที่สำคัญที่ผ่านมา เช่น 1) การดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการฐานข้อมูลการบริหารงานยุติธรรม 2) การจัดทำสื่อความรู้ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สมุดภาพอินโฟกราฟิก เพื่อให้กฎหมายเป็นเรื่องใกล้ตัว 3) การศึกษาวิจัยและนวัตกรรม เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการกระทำผิดซ้ำ

พันตำรวจโท มนตรี บุณยโยธิน บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “นวัตกรรมด้านความยุติธรรมมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง“ และเน้นย้ำการสรรค์สร้างนวัตกรรมด้านความยุติธรรม โดย กล่าวถึงภัยคุกคาม 12 ประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและสังคมที่เป็นความท้าทายให้นวัตกรรม อย่างผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้สรรค์สร้างนวัตกรรม และจัดทำเป็นผลงานวิชาการในหลักสูตร ยธส.17 เช่น ประเด็นอาชญากรรมไซเบอร์ ประเด็นอาชญากรรมเกี่ยวกับเพศและการใช้ความรุนแรง และประเด็นด้านยาเสพติด เป็นต้น

153 Views