สกธ. นำคณะผู้ฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 17 (ยธส.17) ศึกษาดูงานศาลฎีกา และมิวเซียมสยาม

12

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. นายยอดฉัตร ตสาริกา ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม นำคณะผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 17 (ยธส.17) เข้าศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยาย ณ ศาลฎีกา และมิวเซียมสยาม (Museum Siam)

การศึกษาดูงานในภาคเช้า ณ ศาลฎีกา ภายใต้หัวข้อ “ศาลฎีกานิทรรศน์: ศูนย์การเรียนรู้ทางกฎหมายและกระบวนการทางศาล“ โดยได้รับเกียรติจาก นายสุวิทย์ พรพานิช รองประธานศาลฎีกา กล่าวต้อนรับคณะและนำชมยอดปราสาทยุติธรรม จากนั้น คณะผู้เข้ารับการอบรมได้รับชมวีดิทัศน์ “ศาลฎีกานิทรรศน์” ซึ่งได้กล่าวถึงวิวัฒนาการทางกฎหมายกระบวนการทางศาลและระบบยุติธรรม และการก่อตั้งศาลฎีกา ภายใต้หลักการ “บริสุทธิ์ ยุติธรรม” ซึ่งมีส่วนสำคัญในการปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกแก่คนในสังคมให้มีคุณธรรม จริยธรรม และเคารพในกฎหมายบ้านเมือง อันจะนำไปสู่การสร้างความสงบสุขในสังคมได้ทางหนึ่ง อีกทั้งยังได้เข้าร่วมสังเกตการณ์พิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา นอกจากนี้ยังได้รับฟังการบรรยายพิเศษ ภายใต้หัวข้อ “ความสำคัญของห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกา อำนาจหน้าที่ของศาลฎีกา กระบวนการจัดทำคำพิพากษาศาลฎีกา” โดย นายธีระพงศ์ ฮั่นไพศาล รองเลขานุการศาลฎีกา บรรยายถึง ความสำคัญของห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งถือเป็นกลไกทางกฎหมายที่สำคัญในการตีความกฎหมายและสร้างบรรทัดฐาน เมื่อเกิดความเห็นต่างในข้อกฎหมาย อีกทั้งกระบวนการทำคำพิพากษาของศาลฎีกา จะเน้น “ระบบองค์คณะ” และการตรวจสอบถ่วงดุลอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันความผิดพลาด เนื่องจากเป็นศาลสูงสุดที่ไม่สามารถอุทธรณ์ต่อได้อีก

ต่อมาในภาคบ่าย คณะ ยธส.17 ได้เข้าเยี่ยมชมมิวเซียมสยาม นิทรรศการถาวรชุด “ถอดรหัสไทย” (Decoding Thainess) เป็นการตั้งคำถามและชวนมาช่วยกันหาคำตอบว่า “แท้จริงแล้ว ความเป็นไทยคืออะไรกันแน่?” โดยเปลี่ยนมุมมองจากการเล่าประวัติศาสตร์แบบดั้งเดิม มาเป็นการสำรวจพฤติกรรม สิ่งของรอบตัว และวิถีชีวิตที่คุ้นเคย โดยนิทรรศการนี้แบ่งออกเป็น 14 ห้อง ที่ร้อยเรียงเรื่องราวตั้งแต่เรื่องการเมือง อัตลักษณ์ อาหาร ไปจนถึงเรื่องความเชื่อ เช่น 1) ห้องไทยแปลไทย: ห้องที่เริ่มต้นพาไปดูว่า “ความเป็นไทย” ในแต่ละยุคสมัยถูกนิยามไว้แบบไหนบ้าง ผ่านกล่องโมเดลและเทคโนโลยีไฮโดรลิกที่ขยับขึ้นลง เล่าเรื่องราวตั้งแต่ยุคแต่งกายแบบตะวันตกจนถึงปัจจุบัน 2) ห้องไทยตั้งแต่เกิด: จัดแสดงลำดับเวลาและพัฒนาการของความเป็นไทย นำเสนอในรูปของการแสดงแสงสีเสียงบนโต๊ะขนาดใหญ่ ประกอบเทคนิคน่าตื่นตาตื่นใจ 3) ห้องไทยชิม: เจาะลึกเรื่องอาหารไทยที่ดังไกลระดับโลก ผ่านห้องครัวจำลองและบอร์ดเกมแบบ Interactive ที่เล่าว่าส้มตำ ต้มยำกุ้ง หรือผัดไทย แท้จริงแล้วมีที่มาและผสมผสานวัฒนธรรมอย่างไร เป็นต้น

ทั้งนี้ มิวเซียมสยามจึงไม่ได้ต้องการฟันธงว่าอะไรคือ “ไทยแท้” เพราะคำว่าความเป็นไทยนั้น ไม่เคยหยุดนิ่ง ทั้งพร้อมจะปรับเปลี่ยน หยิบยืม และผสมผสานสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาอยู่ตลอดเวลา

134 Views