
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 พันตำรวจโท มนตรี บุณยโยธิน รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม และเจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการยุติธรรม ได้ลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์การดำเนินโครงการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ณ อำเภอเมืองขอนแก่น และอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น
การลงพื้นที่ดังกล่าวได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้นำชุมชน หมู่ที่ 9 ตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน รวมทั้งพยาบาลวิชาชีพจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมกันสะท้อนปัญหาของสถานการณ์ยาเสพติด ดังนี้
1. ยาเสพติดมีการแพร่ระบาดในเขตชุมชนเมืองค่อนข้างสูง เนื่องจากมีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย และมีแนวโน้มว่าผู้เสพ และผู้ค้าเป็นเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี เพิ่มมากขึ้น
2. ปัญหาของการบังคับใช้กฎหมาย ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มีข้อจำกัดในด้านการควบคุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งกฎหมายให้อำนาจควบคุมตัวได้ภายใน 48 ชั่วโมง เมื่อผู้เสพยาเสพติดถูกควบคุมตัวและได้รับการปล่อยตัวก็จะกลับเข้าสู่ชุมชน และชักชวนเพื่อนให้เสพยา ทำให้เกิดวงจรยาเสพติดซ้ำซาก
3. ข้อจำกัดในการตรวจค้น และจับกุม เจ้าหน้าที่ไม่สามารถขอเข้าตรวจค้นได้ทันที ต้องรอการอนุญาตจากศาลก่อน และมีความเสี่ยงจากบุคคลในครอบครัวของผู้เสพยาจะแจ้งข้อหาบุกรุก จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นฝ่ายปกครองที่มีอำนาจ และมีความคุ้นเคยกับลูกบ้านช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขอเข้าค้นและจับกุมได้
ต่อมาได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชนต่อโมเดลโครงการ “หยุดเสพ หยุดซื้อ (DDD)” ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการนี้ และมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า การจัดตั้งสถานที่บำบัดเฉพาะควรมีเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยจิตเวชด้วย และควรสร้างหลักประกันทางรายได้ตามค่าแรงขั้นต่ำให้แก่ผู้ที่ได้รับการบำบัดรักษาแล้ว เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ติดยาเสพติดเข้าร่วมโครงการนี้
และในช่วงบ่ายได้เข้าหารือกับรองศาสตราจารย์วนิดา แสงสารพันธ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อรับฟังปัญหาการประเมิน ผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย (PRI) ภายหลังที่มีการออกกฎหมายใช้บังคับไประยะหนึ่งแล้ว ซึ่งในทางวิชาการผลปรากฏว่า การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายมีค่อนข้างน้อย ส่วนมากเป็นการประเมินผลกระทบก่อนใช้บังคับกฎหมาย (RIA) ส่งผลให้รัฐไม่ทราบปัญหาของการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง อาจารย์จากคณะดังกล่าวจึงได้ให้ข้อเสนอแนะว่าควรมีการจัดเวทีเพื่อรับฟังการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายจากภาคประชาชนด้วย เพื่อฟังเสียงสะท้อนและรวบรวมข้อมูลนำไปสู่การพัฒนากฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนต่อไป
