
วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. พันตำรวจโท พงษ์ธร ธัญญสิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม และนายนิทัศน์ แสงวัฒนะ รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการยุติธรรม เข้าร่วมการประชุมเพื่อชี้แจงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ โดยมี นายสากล ภูลศิริกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการการยุติธรรม วุฒิสภา เป็นประธานในการประชุม ณ ห้องประชุม 202 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา
การประชุมดังกล่าว นายสากล ภูลศิริกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการการยุติธรรม ได้กล่าวถึงปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ โดยเฉพาะผู้ต้องขัง
คดียาเสพติดที่มีอัตราสูงถึงร้อยละ 70 – 80 อีกทั้งยังพบปัญหาบุคลากรและเจ้าหน้าที่เรือนจำมีจำนวนไม่เพียงพอ ส่งผลให้อัตราการกระทำผิดซ้ำสูงขึ้น คณะอนุกรรมาธิการฯ จึงได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ด้าน พ.ต.ท. พงษ์ธร ธัญญสิริ ได้ชี้แจงถึงภารกิจของสำนักงานกิจการยุติธรรม ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ผ่านการจัดทำแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 การจัดทำแผนเทคโนโลยีสารสนเทศในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนการผลักดันกฎหมายสำคัญ อาทิ พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการศึกษาวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำและการกระทำผิดซ้ำ การส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางเลือก (Alternative Justice) เช่น การศึกษาใช้มาตรการทางเลือกแทนการจำคุกตามมาตรา 56 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) แทนการควบคุมตัว ตลอดจนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยีร่วมกับหน่วยงานภาคีในกระบวนการยุติธรรม
ขณะที่ นายนิทัศน์ แสงวัฒนะ ได้กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฐานข้อมูลการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (National Justice Administration Database Center : NJADC) และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้แก้ไขปัญหาผู้ต้องขังและการกระทำผิดซ้ำ ซึ่งในอดีตกระบวนการยุติธรรมยังขาดการจัดเก็บข้อมูลประวัติอย่างเป็นระบบ แต่ในปัจจุบันพบว่านอกจากคดียาเสพติดที่มีสัดส่วน 70 – 80% แล้ว คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer) ยังมีแนวโน้มการกระทำผิดซ้ำสูงขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ สำนักงานกิจการยุติธรรมได้พัฒนาระบบ AI ของศูนย์ NJADC ให้สามารถนำเข้าข้อมูลประวัติผู้ต้องขังครอบคลุมตั้งแต่เริ่มเข้าเรือนจำ พฤติกรรมระหว่างคุมขัง ประวัติการทำงาน ตลอดจนการใช้ชีวิตก่อนและหลังพ้นโทษ เพื่อคัดกรองและประเมินลักษณะเฉพาะบุคคล ในการออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูและกำหนดระยะเวลาบำบัดรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ต้องขังแต่ละรายได้อย่างแม่นยำ
พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบงานยุติธรรม ได้ร่วมนำเสนองานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำและการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ครอบคลุม 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ กระบวนการต้นน้ำ (การคัดกรองและป้องกันก่อนเข้าเรือนจำ) กระบวนการกลางน้ำ (การบำบัดฟื้นฟูระหว่างคุมขัง) กระบวนการปลายน้ำ (การเตรียมความพร้อมและการเฝ้าระวังหลังปล่อย)
ทั้งนี้ การเข้าร่วมประชุมชี้แจงดังกล่าว จะนำไปสู่การบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานกิจการยุติธรรมและคณะอนุกรรมาธิการการยุติธรรม วุฒิสภา ในการขับเคลื่อนและยกระดับกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
