• รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ประธานอนุกรรมการ)
  • ปลัดกระทรวงยุติธรรม (รองประธานอนุกรรมการ)
  • ผู้แทนหน่วยงานที่ประธานอนุกรรมการเห็นสมควรเชิญเข้าประชุมเฉพาะคราว คราวละไม่เกิน 7 คน (อนุกรรมการ)
  • ผู้เชี่ยวชาญที่ประธานอนุกรรมการเห็นสมควรเชิญเข้าประชุมเฉพาะคราว คราวละไม่เกิน 5 คน (อนุกรรมการ)
  • ผู้ทรงคุณวุฒิ กพยช. ที่ประธานอนุกรรมการเห็นสมควรเชิญเข้าประชุมเฉพาะคราว คราวละไม่เกิน 3 คน (อนุกรรมการ)
  • คณบดีคณะนิติศาสตร์หรือเทียวเท่าของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนใน กพยช. (อนุกรรมการ)
  • ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม (อนุกรรมการและเลขานุการ)
  • เจ้าหน้าที่ที่ประธานอนุกรรมการเห็นสมควรเชิญเข้าประชุมเฉพาะคราว คราวละไม่เกิน 1 คน (อนุกรรมการและเลขานุการร่วม)
  • เจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการยุติธรรมที่ได้รับมอบหมาย จำนวน 2 คน (อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ)

อำนาจหน้าที่

  1. จัดทำ ขับเคลื่อน แผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งประสานติดตามประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมรายงานผลต่อคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติทราบเป็นประจำทุกปี
  2. ส่งเสริม ประสาน แก้ไขข้อขัดข้อง กำหนดนโยบายเพื่อพัฒนากฎหมายและระบบบริหารงานยุติธรรม ให้สอดคล้องตามแนวทางที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มติคณะรัฐมนตรี คำสั่งคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ แผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เกิดประสิทธิภาพในมิติต่าง ๆ อาทิ การส่งเสริมศักยภาพบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม การพัฒนานวัตกรรมและส่งเสริมการศึกษาวิจัยการพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางเลือกและการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท
  3. กำหนดแนวทางหรือให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนามาตรฐานกระบวนการยุติธรรมโดยเชื่อมโยงระบบงานตั้งแต่ระดับพื้นที่ภายใต้กลไกคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมระดับจังหวัด (กพยจ.) ไปจนถึงการพัฒนาระบบงานยุติธรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และกำหนดมาตรการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน
  4. กำหนดแนวทางกาพัฒนาและเชื่อมโยงระบบการบริหารงานยุติธรรมระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง หน่วยงานระดับพื้นที่ และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการบำบัดรักษาและการฟื้นฟูสภาพทางสังคม ตามกฎหมายยาเสพติด กฎ ระเบียบ รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการติดตามดูแลช่วยเหลือจนสามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข
  5. มีอำนาจดำเนินการแทนในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) ในกรณีที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน และให้รายงาน กพยช. ทราบในภายหลัง
  6. แต่งตั้งคณะทำงานหรือมอบหมายบุคคล/หน่วยงานให้เป็นผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะอนุกรรมการฯ มอบหมาย
  7. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติมอบหมายตามสมควร
  • รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย ให้กำกับการบริหารราชการกระทรวงยุติธรรม (อนุกรรมการที่ปรึกษา)
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (อนุกรรมการที่ปรึกษา)
  • อัยการสูงสุด (อนุกรรมการที่ปรึกษา)
  • ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ (อนุกรรมการที่ปรึกษา)
  • ศาสตราจารย์พิเศษ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ (อนุกรรมการที่ปรึกษา)
  • เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (อนุกรรมการที่ปรึกษา)
  • ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ (ประธานอนุกรรมการ)
  • ปลัดกระทรวงยุติธรรม (อนุกรรมการ)
  • เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (อนุกรรมการ)
  • เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (อนุกรรมการ)
  • อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (อนุกรรมการ)
  • ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งชาติ (อนุกรรมการ)
  • ศาสตราจารย์พิเศษ เข็มชัย ชุติวงศ์ (อนุกรรมการ)
  • ศาสตราจารย์ สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล (อนุกรรมการ)
  • รองศาสตราจารย์ พลตำรวจโท กิตติ์ธนทัต เลอวงศ์รัตน์ (อนุกรรมการ)
  • นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล (อนุกรรมการ)
  • นางสาวสราญนลิน ศักดิ์เสมอพรหม (อนุกรรมการ)
  • นายเสรี นนทสูติ (อนุกรรมการ)
  • นางสาวศรีประภา เพชรมีศรี (อนุกรรมการ)
  • ผู้ทรงคุณวุฒิที่ประธานอนุกรรมการเห็นสมควรเชิญเข้าร่วมประชุมเฉพาะคราว คราวละไม่เกิน 2 คน (อนุกรรมการ)
  • ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม(อนุกรรมการและเลขานุการ)
  • นายเชฏฐ คำวรรณ (อนุกรรมการและเลขานุการ)
  • รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม ที่ได้รับมอบหมาย (อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ)
  • เจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการยุติธรรม ที่ได้รับมอบหมาย (อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ)

อำนาจหน้าที่

  1. วิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา และอุปสรรค ที่เกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรมของประเทศ รวมทั้งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 16 ขององค์การสหประชาชาติ
  2. เสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดให้มี แก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่จำเป็น หรือการดำเนินการอื่นใด เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนและพัฒนาหลักนิติธรรมเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
  3. กำกับ ติดตาม ขับเคลื่อนส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสานความร่วมมือ และสร้างเครือข่ายกับภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์การระหว่างประเทศ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการยกระดับการปฏิบัติตามหลักนิติธรรม เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
  4. ติดตามประเมินผล และรายงานคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ เพื่อทราบและพิจารณามีมติเกี่ยวกับการดำเนินการของส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย มาตรการ และแนวทางที่คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติกำหนด
  5. เชิญบุคคล หรือหน่วยงาน หรือส่งเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ข้อมูล อันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการของคณะอนุกรรมการฯ
  6. แต่งตั้งคณะทำงาน มอบหมายบุคคล หรือหน่วยงาน ให้เป็นผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะอนุกรรมการฯ มอบหมาย
  7. ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติมอบหมาย
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (อนุกรรมการที่ปรึกษา)
  • ปลัดกระทรวงยุติธรรม (ประธานอนุกรรมการ)
  • อัยการสูงสุด (อนุกรรมการ)
  • เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม (อนุกรรมการ)
  • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อนุกรรมการ)
  • ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ (อนุกรรมการ)
  • เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (อนุกรรมการ)
  • เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (อนุกรรมการ)
  • เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (อนุกรรมการ)
  • เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (อนุกรรมการ)
  • ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (อนุกรรมการ)
  • ผู้ทรงคุณวุฒิ กพยช. ที่ประธานอนุกรรมการเห็นสมควร จำนวน 1 คน (อนุกรรมการ)
  • ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม (อนุกรรมการและเลขานุการ)
  • รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม ที่ได้รับมอบหมาย (อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ)
  • ผู้แทนสำนักงานกิจการยุติธรรมที่ได้รับมอบหมาย (อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ)

อำนาจหน้าที่

  1. สนับสนุนและให้ข้อเสนอแนะต่อการจัดทำแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ให้สอดคล้องและเชื่อมโยงตามแนวทางที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวนโยบายของรัฐบาลและทิศทางการบริหารงานยุติธรรม พร้อมทั้งรายงานผลต่อคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ
  2. ส่งเสริม ประสานความร่วมมือและสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาชน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและการดำเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับจัดทำแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ และ  การพัฒนาระบบงานยุติธรรมของประเทศ อย่างเป็นรูปธรรม
  3. กำหนดแนวทางหรือให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ เพื่อพัฒนาระบบการทำงาน และการให้บริการประชาชนที่เป็นมาตรฐานสากล
  4. กำหนดแนวทางหรือให้ข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบการบริหารงานยุติธรรมระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง หน่วยงานระดับพื้นที่ และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรม
  5. แต่งตั้งคณะทำงานหรือมอบหมายบุคคล หรือหน่วยงาน ให้เป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะอนุกรรมการฯ มอบหมาย
  6. ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติมอบหมาย
4,274 Views