ที่ผ่านมา วารสารกระบวนการยุติธรรมได้จัดพิมพ์บทความวิชาการ บทความวิจัยด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยมีกองบรรณาธิการประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์ นักวิชาการในสาขาต่างๆที่เกี่ยวข้องพิจารณากลั่นกรองบทความจำนวนทั้งสิ้น 279 เรื่อง (ฉบับปีที่ 1 เล่มที่ 1 – ปีที่ 13 เล่มที่ 1) และได้ดำเนินการเผยแพร่สู่สถาบันการศึกษา หน่วยงาน ตลอดจนสาธารณชนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
วารสารกระบวนการยุติธรรม ได้รับการประเมินคุณภาพวารสาร ซึ่งศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) ได้ประกาศผลการประเมินคุณภาพวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2556 แจ้งผลการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการ โดยวารสารกระบวนการยุติธรรมถูกจัดให้เป็นวารสารกลุ่มที่ 2 ในฐานข้อมูล TCI สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งได้ดำเนินการสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ที่ TCI กำหนด และได้ประกาศค่า Thai Journal Impact Factors สำหรับวารสารสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ประจำปี พ.ศ. 2560 โดยวารสารกระบวนการยุติธรรมมีค่า Impact Factors 0.054
กองบรรณาธิการวารสารกระบวนการยุติธรรม มีเป้าหมายที่จะดำเนินการพัฒนาวารสารกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้มีคุณภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น และพร้อมที่จะการก้าวเข้าสู่วารสารกลุ่มที่ 1 ในฐานข้อมูล TCI ต่อไป เพื่อให้เกิดคุณค่าทางวิชาการและเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านสูงสุด
Print ISSN: 1906-3253
Online ISSN: 2697-4037
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลการศึกษาวิจัย ตลอดจนองค์ความรู้ทางด้านกระบวนการยุติธรรม กฎหมาย และด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ไปสู่บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน นิสิต นักศึกษา รวมถึงประชาชนผู้สนใจทั่วไปทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
2. เพื่อเป็นเวทีหรือเป็นสื่อกลางสำหรับการแนะนำและนำเสนอผลงานค้นคว้าวิจัยใหม่หรือความเห็นทางวิชาการ องค์ความรู้ใหม่ด้านกระบวนการยุติธรรม กฎหมาย และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ผ่านบทความทางวิชาการ ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพของนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ บุคลากรผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป
3. เพื่อกระตุ้นให้เกิดการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติที่จะสามารถนำไปอ้างอิง ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้ ตลอดจนเกิดประโยชน์แก่สังคมโดยรวม
กำหนดตีพิมพ์
ปีละ 3 ฉบับ
ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน
ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม
ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม
กองบรรณาธิการวารสารกระบวนการยุติธรรม
บรรณาธิการที่ปรึกษา
- ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม
บรรณาธิการอำนวยการ
- นางสาวนันทรัศมิ์ เทพดลไชย รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม
บรรณาธิการบริหาร
- ผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ
- นางสาวปริยานุช สันติวงษ์ กองงานคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ
ผู้ช่วยบรรณาธิการ
- นางสาวอุทัยกร กิ่งแก้ว สำนักงานเลขานุการกรม
- นางสาวอุมาพร ฉิมจิ๋ว กองงานคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ
กองบรรณาธิการภายในสำนักงานกิจการยุติธรรม
- นางอุษา จั่นพลอย บุญเปี่ยม ผู้อำนวยการกองนโยบายและประสานแผน กระบวนการยุติธรรม
- นายสายชล ยังรอด ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน
- นางขัตติยา รัตนดิลก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรม
- นางสาวจิติยา พฤกษาเมธานันท์ กองนโยบายและประสานแผนกระบวนการยุติธรรม
- นางสาวสุวดี ไหลพึ่งทอง สถาบันวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรม
- นางสาวเปรมมิศา หนูเรืองงาม กองกฎหมาย
กองบรรณาธิการจากหน่วยงานภายนอก
- ศาสตราจารย์ พลตำรวจตรีหญิง พัชรา สินลอยมา
โรงเรียนนายร้อยตำรวจ - รองศาสตราจารย์ประธาน วัฒนวาณิชย์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - รองศาสตราจารย์จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - รองศาสตราจารย์เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล
มหาวิทยาลัยมหิดล - รองศาสตราจารย์ปิยะนุช เงินคล้าย
มหาวิทยาลัยรามคำแหง - รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอกกิตติ์ธนทัต เลอวงศ์รัตน์
โรงเรียนนายร้อยตำรวจ - รองศาสตราจารย์อัจฉราพรรณ จรัสวัฒน์
หมู่ 6 บ้านโป่ง ตำบลป่าไฝ่ อำเภอสันทราย เชียงใหม่ - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธานี วรภัทร์
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ - ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุนิษา เลิศโตมรสกุล
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - ผู้ช่วยศาสตราจารย์พงษ์จิรา เชิดชู
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพรัช บวรสมพงษ์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ - พันตำรวจตรีชวนัสถ์ เจนการ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - นางน้ำผึ้ง ปูรณะสุคนธ
รามคำแหง 11 เขตสะพานสูง แขวงสะพานสูง กรุงเทพฯ
- กองบรรณาธิการมีหน้าที่ในการพัฒนาการบริหารจัดการ และยกระดับวารสารกระบวนการยุติธรรมให้มีคุณภาพอยู่เสมอ
- บรรณาธิการมีหน้าที่ในการพิจารณาคุณภาพของบทความ เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารกระบวนการยุติธรรม และต้องคัดเลือกบทความเพื่อตีพิมพ์หลังจากผ่านการประเมินบทความของผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความแล้ว โดยพิจารณาจากเนื้อหาบทความวารสารกระบวนการยุติธรรมเป็นสำคัญ
- บรรณาธิการจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้เขียนบทความ และผู้พิจารณาบทความแก่บุคคลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง
- บรรณาธิการต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียนบทความ และผู้พิจารณาบทความ
- หากบรรณาธิการพบว่า บทความมีการลอกเลียน หรือมีการปลอมแปลงข้อมูล ซึ่งสมควรถูกถอดถอนบทความ บรรณาธิการสามารถดำเนินการถอนบทความได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เขียนบทความ
บทบาทและหน้าที่ของผู้ประเมินบทความ
- ผู้พิจารณาบทความจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของบทความที่ส่งมาเพื่อพิจารณาแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ผู้พิจารณาบทความ ต้องมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นๆ โดยพิจารณาเนื้อหาบทความในสาขาวิชานั้นๆ ในเชิงวิชาการอย่างเข้มข้น อีกทั้งไม่ควรใช้ความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีข้อมูลรองรับมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินบทความ
- เมื่อผู้พิจารณาบทความพบว่า มีส่วนใดของบทความมีความซ้ำซ้อนกับผลงานชิ้นอื่นๆ ผู้พิจารณาบทความต้องแจ้งให้กองบรรณาธิการทราบด้วย
บทบาทและหน้าที่ของผู้เขียนบทความ
- ผู้เขียนบทความจะต้องรับรองว่าบทความที่ส่งมายังวารสารกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่บทความแปล หรือบทความซ้ำ ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น และไม่เคยลงตีพิมพ์ในวารสารใดมาก่อน หากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เขียนบทความจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
- ผู้เขียนบทความได้ส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ลงวารสารกระบวนการยุติธรรมของสำนักงานกิจการยุติธรรม เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
- ผู้เขียนบทความจะต้องปรับแก้ไขส่งบทความตามรูปแบบที่วารสารกระบวนการยุติธรรมกำหนดให้ถูกต้องตามรูปแบบของวารสารกระบวนการยุติธรรม
- ผู้เขียนบทความจะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารอ้างอิง ทั้งรูปแบบและเนื้อหา และไม่ควรนำเอกสารวิชาการที่ไม่ได้อ่านมาอ้างอิง หรือใส่ไว้ในบรรณานุกรม
- ผู้เขียนบทความจะต้องปรับแก้ไขบทความตามคำแนะนำของผู้พิจารณาบทความและกองบรรณาธิการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด
1. เป็นบทความวิจัย หรือบทความวิชาการทางด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
2. เป็นบทความที่ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการเสนอขอลงพิมพ์ในวารสาร/สิ่งพิมพ์อื่น ไม่ใช่บทความแปล หรือบทความซ้ำ ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นและไม่เคยลงตีพิมพ์ในวารสารใดมาก่อนหากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เขียนบทความจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
3. วารสารกระบวนการยุติธรรมกำหนดให้มีรูปแบบการพิจารณาบทความแบบ double-blinded ซึ่งผู้พิจารณาไม่ทราบชื่อผู้แต่ง และผู้แต่งไม่ทราบชื่อผู้พิจารณา (Double–blind peer review)
4. เนื้อหาต้นฉบับเป็นผลงานที่สรุปแล้วมีความยาว 10– 20 หน้า (A4) อักษรภาษาไทยพิมพ์ด้วย TH Saraban PSK ขนาด 16 อักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ด้วย Times New Roman ขนาด 12 ในส่วนของการอ้างอิงใช้รูปแบบ APA
โดยผู้เขียนจะต้องจัดรูปแบบบทความให้ถูกต้องตามที่วารสารกระบวนการยุติธรรมกำหนดก่อนการส่งต้นฉบับ
5. การส่งต้นฉบับผู้เขียนต้องลงทะเบียนในระบบออนไลน์โดยผ่านเว็บไซต์ www.tci-thaijo.org/index.php/JTJS
พร้อมแนบเอกสาร ดังนี้
5.1 บทความวิจัย หรือบทความวิชาการ โดยใช้โปรแกรม Microsoft Word เท่านั้น
5.2 แบบฟอร์มเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ลงในวารสารกระบวนการยุติธรรม
6. บทความที่ถูกต้องตามรูปแบบที่วารสารกำหนดจะส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความประเมินคุณภาพทางวิชาการของบทความอย่างน้อย 2 ท่าน โดยพิจารณาบทความแบบ Double–blind peer review และจะติดต่อผู้เขียนในกรณีมีข้อแก้ไขจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้ทางผู้เขียนนำไปดำเนินการแก้ไข เมื่อผู้เขียนแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ให้จัดส่งบทความทางระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.tci-thaijo.org/index.php/JTJS ของวารสารกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง
7. เมื่อบทความได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารกระบวนการยุติธรรม จะนำส่งวารสารฯให้กับผู้เขียน จำนวน 2 เล่ม
8. สำหรับผู้ที่สนใจส่งบทความสามารถส่งบทความผ่านเว็บไซต์ www.tci-thaijo.org/index.php/JTJS
– รายละเอียดในการส่งบทความวิจัย / บทความวิชาการ
– คู่มือการส่งบทความ (Submission) [/vc_column_text][/vc_tab][/vc_tour][/vc_column][/vc_row]
