
วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายยอดฉัตร ตสาริกา ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม “หลักสูตรการพัฒนาบุคลากรด้านการบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรมในกระบวนการยุติธรรม” โดยมี บุคลากรจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสำนักงานกิจการยุติธรรม รวมจำนวนทั้งสิ้น 40 คน เข้าร่วมการฝึกอบรม ณ โรงแรม ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
การฝึกอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาทักษะของบุคลากรในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนพัฒนาความสามารถในการสรุป วิเคราะห์ และถ่ายทอดข้อมูลที่มีความซับซ้อนให้อยู่ในรูปแบบที่กระชับ ชัดเจน และเหมาะสมต่อการนำเสนอในระดับผู้บริหาร โดยหลักสูตรมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจหลักการเชิงยุทธศาสตร์ของเทคโนโลยี AI เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถปรับตัวได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และยกระดับบทบาทจากผู้ใช้งานสู่การเป็นผู้กำหนดทิศทางการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ
ในการนี้ ประธานได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม และเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่บุคลากรภาครัฐต้องปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ตลอดจนความคาดหวังของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้กล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยยกตัวอย่างกรณีของนายอลัน ทัวริง (Alan Turing) ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครื่องคำนวณเพื่อถอดรหัส Enigma ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อันสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนวัตกรรมที่สามารถส่งผลต่อทิศทางของประวัติศาสตร์โลกได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ หากหน่วยงานภาครัฐไม่เตรียมความพร้อมหรือปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทดังกล่าว อาจส่งผลให้การดำเนินงานไม่สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากนั้น ได้รับเกียรติจาก นายตรีภพ เที่ยงตรง และทีมงานจาก บริษัท เทรนนิแอค จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาและวางรากฐานนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับองค์กร โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในเชิงกลยุทธ์และการจัดการข้อมูลสมัยใหม่มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แก่บุคลากร
ในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับทักษะที่รอบด้าน จึงได้แบ่งการฝึกอบรมออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
1. ภาคทฤษฎี : การวางรากฐานแนวคิดและธรรมาภิบาล AI ประกอบด้วย หลักการทำงานของ Generative AI : เรียนรู้ขีดความสามารถและข้อจำกัดของระบบโดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง Token และ Context Window ที่มีผลต่อความถูกต้องของข้อมูล , Prompt Engineering : การออกแบบโครงสร้างคำสั่งอย่างมีประสิทธิภาพ และการกำหนด System Prompts เพื่อควบคุมทิศทางการทำงานของ AI Agent , AI Governance & Safety : หลักการกำกับดูแลการใช้งานอย่างปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านข้อมูลและความมั่นคงขององค์กร
2. ภาคปฏิบัติ : การประยุกต์ใช้เพื่อการจัดการข้อมูลและการนำเสนอเชิงนโยบาย ประกอบด้วย Data Analysis & DeepResearch : ฝึกการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกการสรุปสาระสำคัญจากข้อมูลจำนวนมาก และการพัฒนา Deep Research Workflow เพื่อการสืบค้นอย่างเป็นระบบ , DataVisualization : การสร้างภาพข้อมูลในรูปแบบกราฟและแดชบอร์ดเพื่อให้ง่ายต่อการตีความข้อมูลเชิงลึก , Document Management : การจัดการเอกสารทางราชการด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำ , Policy Communication : พัฒนาทักษะการนำเสนอผลงานวิจัยและการสื่อสารข้อมูลเชิงนโยบายด้วยภาพ (Visual Communication) เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาที่ซับซ้อนให้ชัดเจนสำหรับผู้บริหาร
ตลอดการฝึกอบรมยังให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด โดยมุ่งหวังให้ผู้ปฏิบัติงานปรับบทบาทจากการทำงานเชิงเทคนิคไปสู่การเป็น “ผู้วางแผนเชิงแนวคิด” ที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน ขณะที่มนุษย์ทำหน้าที่สกัดสาระสำคัญ (Insight) เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่โปร่งใส ทันสมัย และตอบสนองต่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
