
วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายยอดฉัตร ตสาริกา ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม พร้อมด้วย นายนิทัศน์ แสงวัฒนะ รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เข้าร่วมงานระดับชาติ “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว…ทั่วถึง…และเป็นธรรม…เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า : คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)” โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม อีกทั้งยังมี ผู้บริหารของทั้ง 20 กระทรวง กรม องค์กรระหว่างประเทศ เอกอัครราชทูต ผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงาน ณ Grand Diamond Ballroom อาคาร IMPACT FORUM เมืองทองธานี
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มุ่งนำเสนอผลการดำเนินงานตลอด 24 ปี ในการช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ทั้งผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือจำเลยที่เป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมรับมอบนโยบายสำคัญจากนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบการเยียวยาในอนาคตให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา จำนวน 924,486 บาท พร้อมทั้งมอบโล่เกียรติคุณแก่หน่วยงานและบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิ้น 74 รางวัล การจัดบูธนิทรรศการของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อเผยแพร่ผลงานของรัฐบาลเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ซุ้มก้าวผ่านวิกฤต…ด้วยมิตรแห่งความยุติธรรม ซุ้มเราพร้อมยืนเคียงข้างผู้บริสุทธิ์ และจะไม่หยุดช่วยเหลือเพื่อความยุติธรรม ซุ้มขอบคุณความช่วยเหลือที่รวดเร็ว…ทั่วถึง…เป็นธรรม ซุ้มเยียวยาไม่ต้องรอ ช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ซุ้มช่วยเหลืออย่างไร้พรมแดนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็น “ถอดรหัสอดีตขับเคลื่อนอนาคต : ก้าวต่อไปกับการช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นผู้บริสุทธิ์รองรับมาตรฐานสากล (Lessons Learned, Future Driven)” และการเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ “เล่าสู่กันฟัง Best Practice ช่วยเหลือเยียวยาที่เป็นเลิศ และถอดบทเรียนสิ่งที่ถูกสะท้อนมุมมองด้านลบของการทำงาน : เพื่อพัฒนาก้าวต่อไปกับการเป็นที่หนึ่งในอาเซียน” รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อนำมากำหนดทิศทางการดำเนินงานต่อไปในอนาคต
